การศึกษาด้วยตัวเองดีกว่าการเรียนในห้องเรียนอย่างไร

howtowriteanaboutme

การศึกษาด้วยตัวเองเราจะจำได้ดีกว่า เหมือนกับเราต้องค้นคว้าหาคำตอบในสิ่งที่เราอยากรู้ด้วยตัวเอง รู้ที่มาที่ไป รายละเอียดได้ลึกกว่าเท่าที่เราอยากจะรู้ และอย่างน้อยๆความสนใจขั้นพื้นฐานก็มีมากกว่าการต้องเรียนในห้องเรียนซึ่งเรื่องที่เรียนเราอาจจะอยากรู้หรือไม่อยากรู้ก็ได้ แต่ต้องนั่งเรียนเพราะอาจารย์ท่านสอน แต่โบราณท่านก็ว่า รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม เรื่องที่เรียนอาจไม่อยู่ในความสนใจของเรา แต่อาจเป็นประโยชน์กับเราต่อไปในภายภาคหน้าก็ได้ อีกอย่างการได้เรียนรู้ร่วมกับคนหมู่มากทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนความรู้ แนวความคิด มุมมอง และทัศนคติ ซึ่งจะทำให้เราคิด เข้าใจ หรือมองอะไรได้มากกว่าที่จะมานั่งคิดอยู่คนเดียวก็ได้

สรุปว่าทั้ง 2 อย่างต่างก็มีข้อดีที่ช่วยเกื้อกูลกันอยู่ในตัว ถ้าปรับใช้ร่วมกันได้เราก็จะเป็นผู้ได้ประโยชน์สูงสุดนั่นเอง

ทางเข้า Sbobet

การเรียนรู้ด้วยตนเอง มีแนวคิดพื้นฐานมาจากทฤษฎีกลุ่มมานุษยนิยม (Humanism) ซึ่งมีความเชื่อเรื่องความเป็นอิสระ และความเป็นตัวของตัวเองของมนุษย์ ดังที่มีผู้กล่าวไว้ว่ามนุษย์ทุกคนเกิดมาพร้อมกับความดี มีความเป็นอิสระ เป็นตัวของตัวเอง สามารถหาทางเลือกของตนเอง มีศักยภาพและพัฒนาศักยภาพของตนเองอย่างไม่มีขีดจำกัด มีความรับผิดชอบต่อตนเองและต่อผู้อื่น ซึ่งเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับนักจิตวิทยามานุษยนิยม (Humanistic Psychology) ที่ให้ควาสำคัญในฐานะที่ผู้เรียนเป็นปัจเจกบุคคล และมีแนวคิดว่า มนุษย์ทุกคนมีศักยภาพ และมีความโน้มเอียงที่จะใส่ใจ ใฝ่รู้ ขวนขวายเรียนรู้ด้วยตนเอง มนุษย์สามารถรับผิดชอบพฤติกรรมของตนเองและถือว่าตนเองเป็นคนที่มีค่า

การเรียนรู้ด้วยตนเอง มีกระบวนการ ดังต่อไปนี้

  • การประเมินความต้องการของตนเอง (Assessing Needs)
  • การกำหนดจุดมุ่งหมาย (Setting goals)
  • การกำหนดสิ่งที่ต้องการเรียนรู้ (Specifying learning content) โดยกำหนดระดับความยากง่าย ชนิดของสิ่งที่ต้องการเรียน พิจารณาเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายที่ต้องใช้ในการเรียน ความต้องการความช่วยเหลือ แหล่งทรัพยากร ประสบการณ์ ที่จำเป็นในการเรียน
  • การจัดการในการเรียน โดยกำหนดปริมาณเวลาที่ต้องการให้อาจารย์สอน ปริมาณเวลาที่ต้องการให้มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างอาจารย์กับผู้เรียน ปริมาณเวลาที่ต้องการให้มีปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียน ปริมาณเวลาที่ต้องการให้กับกิจกรรมการเรียนด้วยตนเองของแต่ละคน โดยกำหนดกิจกรรมการเรียนตามประสบการณ์ที่ผ่านมา พร้อมทั้งกำหนดว่ากิจกรรมควรสิ้นสุดเมื่อใด
  • การเลือกวิธีการเรียนและสื่อการเรียนการสอน อุปกรณ์การสอน เทคนิคการสอน ทรัพยากรการเรียนรู้ที่ต้องใช้
  • การกำหนดวิธีการควบคุมสิ่งแวดล้อมในการเรียนรู้ ทั้งสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ และทางด้านอารมณ์
  • การกำหนดวิธีการตรวจสอบตนเอง โดยกำหนดวิธีการรายงาน/บันทึกการสะท้อนตนเอง จะใช้ reflective practitioner techniques แบบไหน การให้โอกาสได้ฝึกตัดสินใจ การแก้ปัญหา และการกำหนดนโยบาย การเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถ clarify ideas ให้ชัดเจนขึ้น
  • การกำหนดขอบเขตบทบาทของผู้ช่วยเหลือ
  • การกำหนดวิธีการประเมินผลการเรียน โดยเลือกประเภทของการทดสอบ ลักษณะของการ Feedback ที่จะใช้ วิธีการประเมินความถูกต้องของผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และการติดตามประเมินผล